วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตัวเล็กได้อ่านนิตยสารวัยรุ่นเล่มนึง ซึ่งเขียนโดยอาจารย์ภาคภาษาเกาหลีของมหาวิทยาลัยศิลปากร คุณอาจารย์เพิ่งเสียคุณแม่ไปด้วยโรคไข้สมองอักเสบ คุณอาจารย์คนนี้ได้เขียนเรื่องราวอาการป่วยของคุณแม่และการวินิจฉัยโรคของคุณหมอ ตัวเล็กอ่านแล้วรู้สึกสลดใจมาก เพราะเรื่องมันมีอยู่ว่า  ตอนแรกที่คุณแม่ของอาจารย์เริ่มมีอาการป่วย คุณอาจารย์ก็พาคุณแม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ตอนที่คุณอาจารย์ไปก็แต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยค่ะเพราะว่าฉุกเฉิน ประมาณว่าเสื้อยืดกางเกงเจเจ ดูไม่เหมือนคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยใช่มั้ยล่ะคะ คุณหมอเค้าตรวจแล้วก็บอกว่าคุณแม่ของอาจารย์นั้นเป็นโรค CJD prison disease ซึ่งเป็นโรคที่พบไม่บ่อยนักในเมืองไทย หาวิธีรักษาไม่ได้ต้องนอนรอความตายอย่างเดียว  อาจารย์ก็ตกใจมากพยายามถามคุณหมอท่านนั้นว่าไอ้โรคที่ว่านี้มันคืออะไร คุณหมอบอกถ้าอยากรู้ก็ให้ไปหาอ่านในอินเตอร์เน็ตเอาเอง เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษนะ (ประมาณว่าดูถูกนิดๆ แหมสงสัยคิดว่าคนใส่เสื้อยืดกะกางเกงเจเจคงไม่มีสมองล่ะมั้ง) อาจารย์ทั้งตกใจทั้งช็อกเลยล่ะค่ะ พยายามค้นหาข้อมูลของโรคนี้ก็พบว่ามันคือโรควัวบ้าค่ะ คุณอาจารย์ก็เลยส่งคุณแม่ไปที่โรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีรุ่นพี่ทำงานอยู่ที่นั่น พวกเราก็รุ้กันนะคะว่าค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลเอกชนเนี่ยค่อนข้างสูงมาก แต่คุณอาจารย์ก็สู้ค่ะเพื่อคุณแม่ผู้เป็นสุดที่รักเนอะ  ปรากฏว่าพอไปถึงที่โรงพยาบาลเอกชนคุณหมอที่นั่นก็บอกว่าเป็นโรคไข้สมองอักเสบ และตอนที่มาถึงก็ช้าไปแล้วค่ะคุณหมอเค้าก็บอกจะพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ว่าคุณแม่ของคุณอาจารย์อาการหนักมากเพราะมาช้าเกินไปแล้วค่ะ สุดท้ายคุณอาจารย์ก็เสียคุณแม่สุดที่รักไป(Y^Y) เพราะการวินิจฉัยที่สะเพร่าของคุณคนนั้น(คุณอาจารย์เค้าไม่เรียกว่าหมอเลยค่ะเพราะเสื่อมศรัทธามาก) คุณอาจารย์พยายามจะโทรไปติดต่อคุณคนนั้นเพื่อจะให้มาขอขมาคุณแม่ ก็ติดต่อไม่ได้ พบว่าทางโรงพยาบาลให้รายงานมาฉบับหนึ่ง เป็นรายงานเรื่องโรค CJD prison disease ซึ่งอารมณ์นั้นคุณอาจารย์เค้าไม่อยากได้แล้วค่ะ รายงานเรื่องวัวบ้งวัวบ้าอะไรเนี่ย ทีตอนอยากได้ก็ให้ไปหาเอาเอง คุณอาจารย์กะจะฟ้องอย่างเดียว เพราะคุณคนนั้นเป็น extern แล้วยังวินิจฉัยสะเพร่า ให้ไปนอนรอความตายที่บ้าน คุณพ่อคุณอาจารย์จึงบอกว่า"คนตายน่ะตายไปแล้ว ทำไมคนที่อยู่จึงต้องทนทุกข์ทรมาร เอาตัวเองไปผูกไว้กับความทุกข์" คุณอาจารย์ก็เลยไม่เอาเรื่องค่ะ ได้แต่อโหสิกรรมกันไป

                    ตัวเล็กขอแสดงความเสียใจกับคุณอาจารย์ด้วยนะคะ และตัวเล็กก็อยากบอกว่าในที่ของคนดีก็มีคนเลวอยู่ ที่ของคนดีก็มีคนเลวอยู่เช่นกันค่ะ ทุกอาชีพก็มีคนหลากหลายรูปแบบต่างกันไป อย่าเหมารวมกันหมดนะคะ ส่วนคนที่อยู่ในวงการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาแพทย์ extern intern resident อาจารย์หมอ ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพราะอาชีพของเรา ต้องดูแลชีวิตคน เราไม่มีสิทธิ์จะเลือกคนไข้ ไม่ว่าเค้าจะเป็นตาสีตาสา หรือนายกรัฐมนตรี เราก็ต้องดูแลรักษาเค้าให้ดีที่สุดค่ะ ตัวเล็กกำลังเดินทางในสายนี้ ตัวเล็กจะไม่เป็นแค่แพทย์ค่ะ แต่ตัวเล็กจะเป็น หมอ!!! อ้อ แล้วคุณ extern คนนั้น ตัวเล็กก็อยากให้คุณได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วนำเรื่องนี้มาเป็นบทเรียนสอนคุณในโอกาสต่อๆไป  ถ้าหากใจคุณไม่รักจริงก็ออกไปทำอาชีพอื่นเถอะค่ะ อย่าให้มีคนอื่นต้องเดือดร้อนจากการกระทำแบบนี้อีกเลย...

edit @ 4 Jan 2010 20:24:23 by คุณหมอตัวน้อยๆ

หมอเจ็บ

posted on 01 Jan 2010 21:47 by pak-tualek

" การรักษาภาพพจน์ของอาชีพหมอ นับเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราต้องคำนึงถึง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเป็นหมอคือคำว่า คนไข้ หมอต้องปกป้องคนไข้ให้ปลอดภัยจากโรคร้าย ไม่ว่าเราจะทำอะไรน่าขายหน้าแค่ไหนก็ตาม ถ้ามันช่วยคนไข้ได้ ก็ขอให้เราทำไปด้วยความภาคภูมิใจ มันไม่มีวันเป็นเรื่องทุเรศ การที่หมอเห็นสิ่งอื่นสำคัญกว่า จนละเลยคนไข้นั้นต่างหาก จึงเป็นเรื่องที่ทุเรศ  ดังนั้นหน้าที่ของเราคือการรักษาคนไข้ ไม่ใช่รักษาภาพพจน์ "               

             

edit @ 1 Jan 2010 21:53:21 by p_tualek

sad new year

posted on 01 Jan 2010 20:58 by pak-tualek

ปีใหม่

ไม่ได้เคาท์ดาวน์

นอนคิดถึงคนบางคน ที่ไม่คิดถึงเรา

โง่เนอะ

ปีใหม่ ก็จะเริ่มใหม่แล้วล่ะ ^ ^

""""""""""""""""""""""""""""""

ขนาดติดหมอนะเนี่ย

สัญญาว่าจะเป็นคุณหมอที่ดีค่ะ

^ ^